วันเสาร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2567

‘ราเชล’ สาวอินเดีย คว้ามงมิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2024



 ราเชลสาวอินเดีย คว้ามงมิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2024



วันที่ 25 ตุลาคม 2567 ที่เอ็มจีไอฮอลล์ บราโว่ บีเคเค คุณณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) จัดการประกวดมิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2024 รอบตัดสิน ตามหาสาวงามที่มีคุณสมบัติครบทั้ง 4 B “Beauty Body Brain Business” มาครองมงกุฎทองอันล่ำค่าของมิวแกรนด์ พร้อมตอกย้ำความสำเร็จของ We are GRAND, The One and ONLY ยืนยันจะเป็นแรงขับเคลื่อน แคมเปญ Stop The War And Violence ยุติสงครามและความรุนแรงทุกรูปแบบ อย่างจริงจัง ทั่วโลก อันเป็นคอนเซ็ปต์ที่แข็งแรงและองค์กรพยายามผลักดันและรณรงค์มาตลอด 12 ปีที่ผ่านมา


โดยลูเซียน่า ฟัสเตอร์ มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2023 นำทีมแดนซ์เปิดฟลอร์กันแบบมันสุดเหวี่ยง ซึ่งสาวงามทั้ง 70 ประเทศมาในชุดสีทองอร่ามระยิบระยับโชว์ความแกรมของเวทีแกรนด์ จากนั้นได้แนะนำตัวทีละคนตามลำดับตัวอักษร















ต่อมาได้มีการประกาศรางวัลพิเศษก่อนจะประกาศผู้เข้ารอบ 20 คนสุดท้าย ซึ่งหลิน มาลิน ชระอนันต์ มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2024 ทำใจแฟนๆ พองโตด้วยการเข้ารอบเป็นคนแรก ก่อนที่จะไปพบกับความเปรี้ยวแซ่บความอบบฉบับสาวแกรนด์ในรอบชุดว่ายน้ำ
ซึ่งสาวๆ มาในชุดทูพีซ แบรนด์ MGI Swimwear ซึ่งแต่ละคนได้อวดหุ่นเป๊ะปัง จนแฟนๆ กรี๊ดสนั่นฮอลล์ หลิน-มาลิน ยังคงมีลูกเล่นพกพัดลมมาเป่าผมตัวเองให้ปลิวสยาย

ส่วนมิสแกรนด์ฝรั่งเศสยังคงคอนเซ็ปต์ถอดวิกผมกลางเวที ให้แฟนๆ ได้เอ็นดูกับความน่ารักของพวกเธอ


จากนั้นได้มีการประกาศรางวัล Best in Swimsuit ได้แก่ มิสแกรนด์บราซิล จากนั้นประกาศผลผู้เข้ารอบ 10 คนสุดท้ายได้แก่ มิสแกรนด์อินโดนีเซีย จากรางวัล Miss Popular Vote มิสแกรนด์ฝรั่งเศส มิสแกรนด์เมียนมา มิสแกรนด์เปรู มิสแกรนด์สเปน มิสแกรนด์สหราชอาณาจักร มิสแกรนด์อินเดีย มิสแกรนด์บราซิล มิสแกรนด์โดมินิกัน และมิสแกรนด์ฟิลิปปินส์ ซึ่ง หลิน-มาลิน ชระอนันต์ มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2024 ตัวแทนสาวไทย ไม่ได้เข้ารอบไปอย่างน่าเสียดาย










จากนั้น 10 สาวงามได้สวมชุดราตรีสีขาวอันเป็นสัญลักษณ์แห่งความสงบ กล่าวสุนทรพจน์ Stop The War And Violence ยุติสงครามและความรุนแรงทุกรูปแบบ อันเป็นหัวใจหลักและภารกิจสำคัญของมิสแกรนด์ โดยแต่ละคนได้กล่วสุนทรพจน์ได้จับใจกรรมการและผู้ชมทั้งฮอลล์
ก่อนที่ ควีนลูลูเซียน่า ฟัสเตอร์ มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2023 จะกล่าวอำลาตำแหน่ง พร้อมส่งมอบมงกุฏคืนให้กับ นายณวัฒน์ อิสรไกรศีล เพื่อเตรียมส่งมอบมงกุฏและภารกิจให้กับควีนคนใหม่
จากนั้น 10 สาวงามได้ออกมาโชว์ตัวงามจับใจอีกครั้งในชุดราตรีตามสไตล์ของตัวเอง ซึ่งถือว่าเป็นการโชว์เพอร์ฟอร์แมนซ์รอบสุดท้ายในกรรมการได้หนักใจในความสวยทัชใจของแต่ละนาง ก่อนที่พิธีกรประกาศผล TOP 5 ท่ามกลางกองเชียร์ที่ลุ้นระทึก บีบหัวใจที่สุด ได้แก่ มิสแกรนด์ฟิลิปปินส์ เมียร์มา บราซิล อินเดีย และฝรั่งเศส
จากนั้นสาวงามทั้ง 5 ประเทศได้ เข้าสู่รอบตอบคำถาม ซึ่งคือคำถามที่ว่า อะไรคือปัญหาที่สำคัญที่สุดของโลกที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข และจะแก้ไขในเรื่องนี้ได้อย่างไร?


หลังจากตอบคำถามเดียวกันนี้ คณะกรรมการได้รวบรวมคะแนนและประกาศ พิธีกรประกาศรางวัลรองอันดับ 5 ได้แก่ มิสแกรนด์บราซิล ทาลิตา ฮาร์ทมานน์ รองอันดับ 4 ได้แก่มิสแกรนด์ฝรั่งเศส ซาฟีตู กาเบนเกเล และรองอันดับ 3 ได้แก่ มิสแกรนด์เมียนมาร์ แธ ซู เญียน









ทำให้เหลือสองสาวงามที่ได้จับมือกันได้แก่ มิสแกรนด์ ฟิลิปปินส์ คริสติน จูเลียน โอเปียซา และมิสแกรนด์อินเดีย ราเชล คุปตา ก่อนที่จะประกาศให้ตัวเต็ง ราเชล คุปตา เป็นมิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2024
โดยราเชล ตอบคำถามคว้ามงว่า ฉันเชื่อว่าปัญหาที่สำคัญที่สุดของโลกที่พวกเรากำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้คือ ความยากจน ซึ่งเป็นผลมาจากจำนวนประชากรที่มีมากเกินไปและทรัพยากรที่ไม่เพียงพอ จะให้กล่าวง่ายๆ ก็คือ ทรัพยากรนั้นไม่เพียงพอต่อทุกคนบนโลกใบนี้ ฉันคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่ผู้นำโลกจะต้องรับผิดชอบและร่วมส่งเสริมแนวทางที่จะทำให้ทรัพยากรมีจำนวนมากเพียงพอต่อจำนวนประชากรโลก


พวกเราสามารถทำเรื่องนี้ได้ด้วยการสนับสนุนการควบคุมการตั้งครรถ์ในประเทศต่างๆ ฉันมาจากอินเดีย ซึ่งเป็นสถานที่ที่ที่ไม่ใช่ทุกคนจะสามารถเข้าถึงอาหาร น้ำ การศึกษาและปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตมันถึงเวลาแล้วที่ทุกคนจะหยุดสู้รบกัน หันมาเคารพซึ่งกันและกัน และให้มั่นใจว่าทรัพยากรจะมีเพียงพอต่อมนุษย์ทุกคนในโลก



หนึ่ง ทวีชัย ถ่ายภาพ
 
บก.เปี๊ยก อิสระ รายงาน




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ส.อ.ท. จับมือ อย. ผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลาง ผลิตภัณฑ์สุขภาพ นวัตกรรมระดับภูมิภาค

ส.อ.ท. จับมือ อย. ผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลาง ผลิตภัณฑ์สุขภาพ นวัตกรรมระดับภูมิภาค วันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม 2568 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไท...